แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - siritidaphon

หน้า: [1] 2 3 ... 13
1
ซุปฟักทอง Pumpkin Soup อาหารพร้อมทาน

อาหารพร้อมทาน ซุปฟักทอง หอมอร่อย เนื้อเต็มๆ
ซีกซองสามารถทานได้เลย ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ
ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อโดยใช้ความร้อนสูง และบรรจุในถุงอลูมิเนียม
เพื่อรักษาคุณภาพและความสดอร่อย โดยสามารถเก็บที่อุณหภูมิห้อง
ไม่จําเป็นต้องแช่เย็นเก้บได้นานถึง 18 เดือน

ขนาด 180 กรัม

ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร ( Information for food allergy )
ผลิตภัณฑ์นี้มีส่วนผสมของ ขึ้นฉ่ายฝรั่งและผลิตภัณฑ์จากนม อาจมีข้าวสาลี ซัลไฟล์และถั่วเหลือง
This product contains : celery and milk product and might contain wheat,sulphides and soybean

วิธีอุ่นร้อน
1. นำซองไปต้มในน้ำร้อน อุณหภูมิ 90-100C เวลา 3 นาที
Heat the pouch in boiling water ( 90 - 100c for 3 mins
2. ฉีดซอง เทใส่ภาชนะ อุ่นด้วยไมโครเวฟ ความร้อน 800 วัตต์ ( 2 นาที )
Pour the food in a microwaveable bowl and heat in 800 watts microwave about 2 mins

บรรจุภัณฑ์ไม่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ ( This packaging is not suitable for microwave use. )
อย 10-1-01554-5-0144
ฮาลาล
 
ช่องทางการสั่งซื้อ
 
เบอร์ : 02-398-5600 , 063-207-6926
Line : https://lin.ee/YWCEYud
page : https://www.facebook.com/BYSNFOOD
Shopee : https://shopee.co.th/sn.foods


2
คอร์สหมูฉ่ำนัว หมูคั่วสูตรลับ "จับเงินแสน" 💰

เปลี่ยนครัวที่บ้านให้ทำเงินได้ง่าย! ด้วยสูตรลับ 10 ปี ที่หากินไม่ได้ตามท้องตลาด!
คุณเบื่อไหม? กับการทำอาหารยุ่งยาก เสียเวลา แต่ขายไม่ดี ไม่มีกำไร❌
มาเปลี่ยนวิธีคิดและการลงมือทำที่ง่ายๆเริ่มได้เลย!  ด้วยสูตรหมูคั่วที่ “ครูแมกซ์” คิดค้นและทำเงินมานานกว่า 10 ปี!

🔥 ทำไมคอร์สนี้ถึงต่างจากที่อื่น?
✅ เครื่องปรุงน้อย ต้นทุนต่ำ กำไรสูง
✅ ไม่ต้องหมักข้ามคืน ประหยัดเวลา
✅ คลุกปุ๊บ! ทอดปั๊บ! ขายได้ทันที
✅ รสชาติเด็ด ยิ่งกินยิ่งนัว หากินยากตามท้องตลาด

💎 เทคนิคพิเศษที่คุณจะได้เรียนรู้:
👨‍🍳 วิธีเลือกเนื้อหมูคุณภาพ และหั่นให้นุ่ม ไม่เหนียว ไม่เคี้ยวยาก ไม่แห้งคอ
🍖 เทคนิคการคั่วหมูให้ได้สีคาราเมล ฉ่ำเยิ้ม น่ากิน ในเวลาเพียงนิดเดียว!
📦 กลเม็ดเลือก packaging ที่ช่วยอัพราคาขายได้ทันที!! แบบไม่เหนื่อยทำเพิ่ม

👑 เหมาะสำหรับคนที่:
มีเวลาน้อย แต่อยากมีรายได้เสริม
ไม่ชอบความยุ่งยาก อยากทำง่าย ขายคล่อง
ไม่เก่งทำอาหาร แต่อยากสร้างรายได้จากครัวที่บ้าน

🔴 โอกาสการสร้างรายได้จากอาหารง่ายๆมาถึงแล้ว!
#แม้ทำอาหารไม่เป็นก็ทำขายได้
สมัครวันนี้ รับราคาพิเศษที่สุดทันที!!
จากปกติ 1,999 บาท เหลือเพียง 499 บาท เท่านั้น!

สนใจติดต่อสอบถามข้อมูล
ไลน์ ID  :  @krumax
Page FB : https://web.facebook.com/profile.php?id=61569480015186
เว็บไซด์ : https://krumax.net/krumaxcourse/
เบอร์โทร : 081-413-4479


3
จัดฟันบางนา: คนที่เคยจัดฟัน สามารถจัดฟันแบบใสได้หรือไม่

การเข้ารับการจัดฟันเป็นการรักษาทางทันตกรรมที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เพราะการจัดฟันนั้นสามารถแก้ไขปัญหาฟันไม่สวย ฟันซ้อน ฟันเกหรือสำหรับผู้ที่มีรอยยิ้มที่ไม่มั่นใจ ซึ่งปัญหาเหล่านี้จะหมดไป ถ้าหากเราเข้ารับการจัดฟัน นอกจากจะเป็นการแก้ไขปัญหาฟันแล้ว ยังช่วยส่งเสริมทำให้ผู้เข้ารับการจัดฟันมีสุขภาพช่องปากและฟันที่แข็งแรงขึ้น สำหรับการจัดฟันนั้น มีด้วยกันหลายรูปแบบและมีความแตกต่างกันออกไป ซึ่งก็จะอยู่ที่ลักษณะฟันของแต่ละคนว่า มีความเหมาะสมที่จะเข้ารับการจัดฟันในรูปแบบใด นอกจากนี้ การจัดฟันยังมีประโยชน์ช่วยทำให้คนที่มีปัญหาฟันไม่สวยหรือผู้ที่มีปัญหาในการบดเคี้ยวอาหาร การออกเสียงไม่ชัดเจน ทำให้ลดปัญหาเหล่านี้ลงได้ และยังช่วยให้ทำความสะอาดช่องปากและฟันได้ดียิ่งขึ้น

ช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพทำให้มีรอยยิ้มที่มั่นใจและสดใส นอกจากนี้ ข้อดีของการจัดฟันก็มีอีกมากมายเลยทีเดียว ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหากเราเข้ารับการจัดฟันก็จะทำให้มีฟันที่จัดเรียงกันเป็นระเบียบมากขึ้น สามารถทำให้การทำความสะอาดช่องปากและฟันง่ายยิ่งขึ้น หมดปัญหากลิ่นปากหลีกเลี่ยงการสูญเสียฟันที่อาจจะตามมาในอนาคต ทั้งนี้ ยังช่วยลดปัญหาฟันผุเหงือกอักเสบได้และที่สำคัญที่สุดก็คือการสร้างความมั่นใจเสริมสร้างบุคลิกภาพให้ดีขึ้น ซึ่งอาจจะส่งผลดีต่อการทำงานด้วย นอกจากนี้ การจัดฟันยังทำให้โครงหน้าของผู้เข้ารับการจัดฟันเปลี่ยน ทำให้หน้าคมขึ้นเรียวขึ้นได้

แต่อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากเข้ารับการจัดฟันแล้ว ผู้เข้ารับการจัดฟันจะต้องปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของทันตแพทย์อย่างเคร่งครัด ยกตัวอย่างเช่น ในเรื่องของการสวมใส่รีเทนเนอร์ภายหลังจากการจัดฟันเรียบร้อยแล้ว ผู้เข้ารับการจัดฟันจะต้องสวมใส่รีเทนเนอร์เป็นประจำ เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาช่องปากและฟันในอนาคต ซึ่งหากไม่สวมใส่รีเทนเนอร์ก็อาจจะทำให้ฟันกลับมามีปัญหาอีกครั้งได้ และปัญหานี้หลายคนมักจะพบได้บ่อย เพราะละเลยการสวมใส่รีเทนเนอร์ซึ่งอาจจะต้องเข้ารับการจัดฟันอีกครั้งได้

สำหรับใครที่เคยผ่านการเข้ารับการจัดฟันมาแล้วและสงสัยว่าเราสามารถเข้ารับการจัดฟันแบบใสได้อีกหรือไม่ ต้องบอกก่อนว่าปัญหาหลักๆ สำหรับคนที่เคยผ่านการเข้ารับการจัดฟันมาแล้ว คงหนีไม่พ้นการละเลยในการสวมใส่รีเทนเนอร์ตามคำแนะนำของทันตแพทย์ นั่นก็หมายความว่า ฟันที่เคยเรียงตัวกันอย่างสวยงาม เป็นธรรมชาติภายหลังจากการจัดฟัน กลับมามีปัญหาฟันซ้อน ฟันเก ฟันเอียง ฟันล้ม บิด หรือเคลื่อนออกจากตำแหน่งเดิม ทำให้ฟันกลับมาไม่เรียงตัวกันเหมือนตอนจัดฟันเสร็จใหม่ๆ ซึ่งปัญหานี้ หลายคนมักจะพบเจอได้บ่อยๆ และมีสาเหตุมาจากการละเลยสุขภาพฟัน แต่ปัญหาเหล่านี้ ก็สามารถแก้ไขได้ง่ายๆ ด้วยการเข้ารับการจัดฟันแบบใส

ซึ่งเครื่องมือการจัดฟันแบบใสนั้น แทบจะมองไม่เห็นและยังสามารถถอดได้ด้วย มีความสะดวกเพราะไม่ต้องเข้ารับการติดเครื่องมือการจัดฟัน เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในเรื่องของไลพ์สไตล์ของคนในยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ ยังสามารถทำความสะอาดช่องปากและฟันได้อย่างเต็มที่ สามารถรับประทานอาหารได้อย่างหลากหลาย เพราะการรับประทานอาหารและการทำความสะอาดฟัน เราสามารถถอดเครื่องมือการจัดฟันแบบใสออกได้ ทำให้ช่วยส่งเสริมในเรื่องของสุขภาพช่องปากมากขึ้นอีกด้วย

สำหรับใครที่อยากกลับมามีฟันที่เรียงตัวกันอย่างสวยงามอีกครั้ง ซึ่งอาจจะผ่านการเข้ารับการจัดฟันมาแล้ว ก็สามารถติดต่อขอรับคำแนะนำจากทันตแพทย์ของทางคลินิกได้ ทางเรามีทันตแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่ความเชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษา และจะช่วยแก้ไขปัญหาฟันได้อย่างตรงจุด นอกจากนี้ เรายังมีโปรโมชั่นพิเศษสุดๆ สำหรับผู้ที่สนใจเข้ารับการจัดฟัน โดยราคาเริ่มต้นที่ 49,000 บาท จากปกติราคา 69,000 บาท เพื่อเป็นการสนับสนุนสำหรับผู้ที่ตระหนักถึงเรื่องของสุขภาพช่องปากและฟัน ให้ฟันที่สวยงามเป็นธรรมชาติและสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

4
เทคนิคที่มีประสิทธิภาพในการสร้างรายได้ เพิ่มยอดขายให้กับร้านอาหารของคุณดึงดูดลูกค้าใหม่ๆ

การบริหารร้านอาหารไม่ได้หมายถึงแค่การเสิร์ฟอาหารอร่อยๆ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างประสบการณ์ที่ดึงดูดให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำและดึงดูดลูกค้าใหม่ๆ ให้เดินเข้ามาที่ร้านอีกด้วย ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่มีการแข่งขันสูงในปัจจุบัน เจ้าของร้านอาหารจำเป็นต้องผสานความคิดสร้างสรรค์ การตลาด และการบริหารจัดการอย่างชาญฉลาดเพื่อเพิ่มยอดขาย

การเพิ่มยอดขายร้านอาหารต้องอาศัยกลยุทธ์ที่หลากหลาย ทั้งการดึงดูดลูกค้าใหม่และการรักษาฐานลูกค้าเก่าอย่างมีประสิทธิภาพ ต่อไปนี้คือเทคนิคที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าจะช่วยให้ร้านอาหารของคุณมีรายได้เพิ่มขึ้นและโดดเด่นในตลาด

1. ยกระดับประสบการณ์การรับประทานอาหาร
ความพึงพอใจของลูกค้าคือรากฐานของความสำเร็จของร้านอาหาร มุ่งเน้นการสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเองด้วยบริการที่เป็นเลิศ สภาพแวดล้อมที่สะอาด และพนักงานที่เอาใจใส่ รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่น การต้อนรับแขกด้วยรอยยิ้ม การเสิร์ฟน้ำทันที หรือการเช็คอินระหว่างมื้ออาหาร สามารถสร้างความประทับใจไม่รู้ลืมและกระตุ้นให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำ

2. เพิ่มประสิทธิภาพเมนูของคุณ
เมนูของคุณเป็นหนึ่งในเครื่องมือการขายที่ทรงพลังที่สุด ลองพิจารณา:
วิศวกรรมเมนู:เน้นเมนูที่ทำกำไรด้วยภาพหรือตำแหน่งที่วางเชิงกลยุทธ์
โปรโมชั่นพิเศษประจำฤดูกาล:แนะนำข้อเสนอจำกัดเวลาเพื่อสร้างความเร่งด่วน
โอกาสในการขายเพิ่ม:ฝึกอบรมพนักงานเพื่อแนะนำอาหารจานรอง เครื่องดื่ม หรือของหวาน
เมนูที่ออกแบบมาอย่างดีสามารถแนะนำลูกค้าให้เลือกรายการที่มีกำไรสูงกว่าได้โดยไม่รู้สึกกดดัน

3. เลือกใช้การสั่งซื้อและจัดส่งออนไลน์
ด้วยการเติบโตของแอปพลิเคชันส่งอาหาร ลูกค้าจึงคาดหวังให้ร้านอาหารมีบริการสั่งอาหารออนไลน์มากขึ้น ร่วมมือกับแพลตฟอร์มส่งอาหารหรือสร้างระบบสั่งอาหารของคุณเองเพื่อขยายการเข้าถึง ตรวจสอบให้แน่ใจว่าบรรจุภัณฑ์มีความปลอดภัย สวยงาม และคงคุณภาพอาหารไว้ได้ เพราะสิ่งนี้สะท้อนถึงแบรนด์ของคุณแม้อยู่นอกสถานที่จริง

4. ใช้ประโยชน์จากการตลาดโซเชียลมีเดีย
แพลตฟอร์มอย่าง Instagram, Facebook และ TikTok เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการโปรโมตอาหารของคุณ โพสต์รูปภาพคุณภาพสูง วิดีโอเบื้องหลัง และโปรโมชันเพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย กระตุ้นให้ลูกค้าแบ่งปันประสบการณ์การรับประทานอาหารด้วยแฮชแท็กหรือเช็คอินเพื่อกระจายการบอกต่อแบบปากต่อปากผ่านช่องทางดิจิทัล

5. เสนอโปรแกรมความภักดี
การตอบแทนลูกค้าเก่าสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว ลองพิจารณา:
ระบบคะแนนที่แขกจะได้รับรางวัลจากการซื้อทุกครั้ง
ข้อเสนอพิเศษสำหรับสมาชิก เช่น ส่วนลดวันเกิด หรือสิทธิ์เข้าถึงเมนูใหม่ๆ ก่อนใคร
บัตรเจาะรูแบบดิจิตอลผ่านแอปมือถือเพื่อความสะดวกสบาย
โปรแกรมความภักดีสามารถเพิ่มการรักษาลูกค้าและเพิ่มความถี่ในการสั่งซื้อได้อย่างมาก

6. จัดงานและโปรโมชั่น
จัดค่ำคืนตามธีม ดนตรีสด หรือคลาสเรียนทำอาหารเพื่อดึงดูดลูกค้าให้มากขึ้น โปรโมชั่นตามฤดูกาล ช่วงเวลาแห่งความสุข และโปรโมชั่นพิเศษช่วงเทศกาลต่างๆ ก็สามารถดึงดูดลูกค้าได้ในช่วงเวลาที่มีลูกค้าน้อย การร่วมมือกับธุรกิจท้องถิ่นหรืออินฟลูเอนเซอร์สามารถขยายฐานลูกค้าของคุณได้มากขึ้น

7. มุ่งเน้นไปที่บทวิจารณ์และชื่อเสียงออนไลน์
รีวิวเชิงบวกสร้างความไว้วางใจให้กับลูกค้าใหม่ กระตุ้นให้ลูกค้าที่พึงพอใจแสดงความคิดเห็นบน Google, TripAdvisor หรือ Yelp การตอบกลับรีวิวทั้งเชิงบวกและเชิงลบอย่างสุภาพแสดงถึงความเป็นมืออาชีพและความใส่ใจ ซึ่งจะช่วยยกระดับชื่อเสียงและดึงดูดลูกค้าได้มากขึ้น

8. ฝึกอบรมและสร้างแรงบันดาลใจให้กับทีมของคุณ
พนักงานของคุณมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นยอดขาย ฝึกอบรมเกี่ยวกับการขายแบบ Upselling การบริการลูกค้า และการแก้ปัญหา พนักงานที่มีแรงจูงใจจะมีแนวโน้มที่จะมอบบริการที่ยอดเยี่ยม ซึ่งส่งผลให้ลูกค้าพึงพอใจและกลับมาใช้บริการซ้ำมากขึ้น

9. ปรับปรุงประสิทธิภาพและลดของเสีย
บางครั้งการเพิ่มยอดขายก็หมายถึงการประหยัดต้นทุน การตรวจสอบขนาดส่วน สินค้าคงคลัง และประสิทธิภาพของครัวเพื่อลดของเสีย การนำระบบขายหน้าร้าน (POS) อัจฉริยะมาใช้สามารถช่วยติดตามประสิทธิภาพ ระบุสินค้าที่ขายดีที่สุด และจัดการทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

10. ก้าวล้ำหน้าด้วยนวัตกรรม
คอยติดตามเทรนด์อาหารต่างๆ เช่น อาหารจากพืช อาหารฟิวชั่น หรือการจัดหาวัตถุดิบอย่างยั่งยืน การนำเสนออาหารแปลกใหม่หรือบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสามารถดึงดูดลูกค้าที่ใส่ใจสุขภาพและใส่ใจสิ่งแวดล้อมได้

การเพิ่มยอดขายร้านอาหารต้องอาศัยความสมดุลระหว่างอาหารชั้นเลิศ การบริการที่เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และกลยุทธ์การตลาดที่ชาญฉลาด การยกระดับประสบการณ์การรับประทานอาหาร การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี และการสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับลูกค้า จะช่วยให้คุณสร้างฐานลูกค้าที่ภักดีและเติบโตอย่างยั่งยืนได้

5
Dseelin มีสารอาหารครบ 5 หมู่ และมีโปรตีนสูง สามารถใช้ได้กับบุคคลทั่วไปที่ไม่มีมีโรคประจำตัว สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวต้องนำสูตรไปปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยของสุขภาพของท่าน

ใครทาน D.seelin ได้บ้าง
 ผู้สูงอาย
 ผู้ป่วยที่ให้อาหารทางสายให้อาหาร
 ผู้มีปัญหาการเคี้ยว เช่น ทำศัลยกรรม
 เด็กที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไป

อาหารปั่นผสมพร้อมทาน D.seelin
1 ซองให้คุณค่าทางโภชนาการเทียบเท่าอาหาร 1 มื้อ
 โปรตีนสูงจากเนื้ออกไก่
 วัตถุดิบสดมีคุณภาพ
 สารอาหารครบถ้วน 5 หมู่

ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร : มีไข่ มีผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง
การเก็บรักษา : สามารถเก็บไว้โดยไม่ต้องแช่เย็นควรเก็บในสภาวะแห้งและเย็น

วิธีการรับประทาน มีทั้งหมด 3 วิธี
1.ฉีกซองทานได้ทันที
2.แช่ซองในน้ำอุ่น อุณหภูมิ 90-100 C เวลา 1-2 นาที
3.อุ่นด้วยไมโครเวฟ ความร้อน 800 วัตต์ ( 1 นาที ) / 1300 วัตต์ ( 0.45 ) นาที

*บรรจุภัณฑ์นี้ไม่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ ต้องเทใส่ภาชนะก่อนนำมาอุ่นในไมโครเวฟ*

ข้อแนะนำในการใช้
- เขย่าถุงอาหารให้เป็นเนื้อเดียวกันก่อนรับประทาน
- หลังเปิดซองควรรับประทานให้หมดในครั้งเดียว
- อาจมีการตกตะกอน เนื่องจากมีส่วนประกอบจากธรรมชาติ

อายุของอาหารเก็บได้ 1 ปี
ขนาดบรรจุ 300 กรัม
เลข ( อย ) : 10-1-01554-5-0127

1 ซอง ราคา 95บาท (ชดเชยอาหารครบถ้วนใน 1มื้อ)
6 ซอง ราคา 570 บาท
28 ซอง ราคา 2,660 บาท

 ช่องทางการสั่งซื้อ
 Inbox page : https://web.facebook.com/dseelin
 Line : @dseelin / https://lin.ee/gOiFMa4
 เบอร์ : 085-676-2222
พิกัดการสั่งซื้อ : https://shopee.co.th/dseelin_official



6
สตูว์ไก่ SN Food: สตูว์ไก่ หม้อแห่งความอบอุ่น ที่อิ่มท้องและอิ่มใจได้ในมื้อเดียว

เชื่อว่าหลายคนเวลาที่เหนื่อยล้าจากการทำงาน หรือมองหามื้ออาหารที่ทานแล้วรู้สึกได้เติมเต็มพลังงานให้กลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง เมนู "สตูว์ไก่" มักจะเป็นหนึ่งในเมนูที่หลายคนนึกถึงเสมอ เพราะนอกจากรสชาติที่กลมกล่อมแล้ว ยังเป็นเมนูที่เรียกได้ว่า "อิ่มท้องแบบเน้นๆ" เลยค่ะ

วันนี้เราอยากมาชวนคุยกันว่า ทำไมสตูว์ไก่ถึงเป็นเมนู "คอมฟอร์ตฟู้ด" ที่ครองใจใครหลายคน และทำไมมันถึงช่วยให้เราอิ่มได้ยาวนานและเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขค่ะ


🔍 1. สารอาหารที่ครบจบในหม้อเดียว
ความอิ่มท้องของสตูว์ไก่ ไม่ได้มาแค่เพราะปริมาณ แต่มาจากการรวมตัวกันของ "สารอาหาร" ที่ลงตัวค่ะ

โปรตีนเน้นๆ: เนื้อไก่นุ่มๆ ที่ผ่านการตุ๋นจนเปื่อย คือแหล่งโปรตีนชั้นดีที่ช่วยให้ร่างกายรู้สึกอิ่มนานและลดความอยากจุกจิกระหว่างมื้อ

คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน: การใส่มันฝรั่ง ฟักทอง หรือหัวแครอทลงไป ทำให้เราได้คาร์โบไฮเดรตที่ช่วยให้พลังงานแก่ร่างกายอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่หิวโซเร็วเหมือนการทานแป้งขัดขาวทั่วไป


🛠 2. น้ำซุปข้นที่ให้ความอุ่นใจ
หัวใจสำคัญที่ทำให้สตูว์ไก่ "อิ่มท้อง" ได้ดีกว่าซุปใสทั่วไป คือความข้นของน้ำซุป

เนื้อสัมผัสที่น่าทาน: น้ำซุปที่ได้จากการตุ๋นผักและเนื้อไก่เป็นเวลานาน จะมีความข้นและหอมละมุน ซึ่งน้ำซุปข้นๆ นี่แหละค่ะที่ช่วยให้เรารู้สึกถึงความ "หนักแน่น" และอิ่มสบายท้องหลังจากทานเสร็จ เป็นความรู้สึกอิ่มที่ค่อยๆ ซึมซับเข้าไป ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายและอิ่มได้เต็มที่โดยไม่จำเป็นต้องทานปริมาณมหาศาลค่ะ


🚪 3. จังหวะการทานที่สร้างความสุข
สตูว์ไก่เป็นเมนูที่บังคับให้เรา "ต้องใจเย็น"

การเคี้ยวที่ละมุน: เนื้อไก่และผักที่เปื่อยยุ่ยในสตูว์ ช่วยให้เราทานอาหารได้ช้าลงและละเอียดขึ้น ซึ่งตามหลักโภชนาการแล้ว การทานช้าๆ ช่วยให้สมองรับรู้ถึงความอิ่มได้ดีขึ้น ส่งผลให้เราอิ่มท้องได้อย่างเหมาะสมและไม่ทานเกินความจำเป็นค่ะ


🚿 4. เมนูที่ยืดหยุ่น... อิ่มได้กับทุกสไตล์
ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาไหน สตูว์ไก่ก็เอาอยู่

หลากหลายสไตล์: จะทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ ให้ความรู้สึกหนักแน่นอิ่มไปถึงมื้อหน้า หรือจะทานคู่กับขนมปังแผ่นปิ้งกรอบๆ สำหรับมื้อเช้าที่ต้องการพลังงาน ก็ทำให้เราเริ่มต้นวันได้อย่างสดใสด้วยความรู้สึกอิ่มสบายท้องและมีพลังเต็มเปี่ยมค่ะ


🥗 5. คุณค่าที่มากกว่าแค่ความอิ่ม
ความอิ่มท้องจากสตูว์ไก่ มักจะมาพร้อมกับ "ความอิ่มใจ" ด้วยเสมอ

รสสัมผัสแห่งบ้าน: กลิ่นหอมฟุ้งของเครื่องเทศและไก่ตุ๋นที่อบอวลไปทั่วบ้าน คือกลิ่นของความรักและความใส่ใจที่คนทำตั้งใจเตรียมให้ การได้นั่งทานมื้ออาหารที่ทั้งอุ่นและอร่อยท่ามกลางคนที่เรารัก จึงเป็นความอิ่มที่แท้จริงที่หาจากอาหารจานด่วนไม่ได้เลยค่ะ


💬 สรุปส่งท้าย
สตูว์ไก่จึงไม่ใช่แค่เมนูสำหรับวันเร่งรีบ แต่เป็นเมนูแห่งการ "ดูแลตัวเอง" และ "ดูแลคนที่เรารัก" เป็นอาหารที่ให้ทั้งพลังงานและความอบอุ่นในคราวเดียวกัน หวังว่าบทความนี้จะทำให้เพื่อนๆ อยากลุกขึ้นมาเตรียมวัตถุดิบแล้วตุ๋นสตูว์ไก่หม้อโตๆ สักหม้อในวันหยุดนี้นะคะ!

7
ซุปไก่เมนูเบสิกที่ให้มากกว่าความอร่อย เปิดคัมภีร์การกินซุปไก่ให้เป็นอาหารเพื่อสุขภาพฉบับจัดเต็ม

เชื่อไหมคะว่าในบรรดาเมนูอาหารเพื่อสุขภาพที่ทั้งทำง่าย ราคาไม่แพง และหาทานได้ทั่วไป "ซุปไก่" คือเมนูที่แทบทุกคนมองข้าม เพราะคิดว่าเป็นแค่เมนูแก้หวัดหรือเมนูสำหรับคนป่วยเท่านั้น

แต่จริงๆ แล้ว ถ้าเราปรับวิธีเลือกวัตถุดิบและรู้วิธีปรุงให้เป็น... ซุปไก่ถ้วยนี้แหละค่ะ คือ "อาหารสุขภาพ" ที่ทรงพลังที่สุดเมนูหนึ่งเลย! วันนี้เราอยากจะมาแชร์แนวทางการเปลี่ยนซุปไก่ให้เป็นมื้ออาหารที่ดีต่อใจและดีต่อร่างกายในทุกๆ วันค่ะ

🔍 1. หัวใจอยู่ที่ "อกไก่"
สำหรับสายสุขภาพ อกไก่คือแหล่งโปรตีนชั้นยอดที่ไขมันต่ำสุดๆ แต่การจะกินอกไก่ให้ไม่เบื่อ การนำมาตุ๋นเป็นซุปไก่นี่แหละคือทางออกที่ดีที่สุดค่ะ

เคล็ดลับสุขภาพ: อย่าลืม "ลอกหนัง" ออกก่อนนำไปต้มนะคะ เพื่อเลี่ยงไขมันอิ่มตัวส่วนเกิน เพียงเท่านี้เราก็ได้โปรตีนเน้นๆ ที่ช่วยซ่อมแซมกล้ามเนื้อและทำให้ร่างกายเฟิร์มขึ้นโดยไม่สะสมไขมันค่ะ


🛠 2. น้ำซุป... ขุมทรัพย์วิตามินและแร่ธาตุ
น้ำซุปไก่ที่เราตุ๋นด้วยไฟอ่อนนานๆ ไม่ใช่น้ำเปล่าธรรมดา แต่เป็นน้ำซุปที่เต็มไปด้วยสารอาหารที่ละลายออกมาจากผักและเนื้อไก่

สร้างรสชาติจากธรรมชาติ: แทนที่จะพึ่งผงปรุงรสที่โซเดียมสูง ลองใช้ความหวานจากหัวหอมใหญ่ แครอท หัวไชเท้า หรือฟักเขียว ผักพวกนี้จะให้รสหวานกลมกล่อมตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นมิตรต่อไตและทำให้ร่างกายไม่ต้องรับภาระจากการกำจัดโซเดียมส่วนเกินค่ะ


🚪 3. เพิ่ม "ไฟเบอร์" ให้แน่นชาม
ซุปไก่ที่ดีต่อสุขภาพ ต้องไม่ใช่แค่ไก่กับน้ำ!

เทคนิคเพิ่มประโยชน์: ลองใส่ผักลงไปให้หลากหลายและเยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ การทานผักที่ต้มจนนุ่มจะทำให้ร่างกายได้รับกากใยอาหารที่ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย และทำให้เราอิ่มนานขึ้น ช่วยคุมน้ำหนักได้ดีโดยไม่ต้องกินข้าวเยอะเลยค่ะ


🚿 4. เปลี่ยน "วิธีการปรุง" ให้คลีนขึ้น
รสชาติที่คุ้นเคยของซุปไก่มักมาจากเครื่องปรุงรสจัด แต่เราสามารถปรับให้ "เฮลตี้" ขึ้นได้ง่ายๆ

ปรับเครื่องปรุง: ลองลดซีอิ๊วหรือน้ำปลาลง แล้วเพิ่มกลิ่นหอมจากสมุนไพรไทย เช่น รากผักชี พริกไทยเม็ดบุบ หรือขิงแก่ สมุนไพรเหล่านี้มีฤทธิ์ช่วยต้านการอักเสบและทำให้ร่างกายสดชื่นขึ้น การกินอาหารที่ปรุงน้อยแต่เน้นกลิ่นจากสมุนไพร จะช่วยปรับลิ้นให้เราติดรสชาติธรรมชาติมากขึ้นด้วยค่ะ


🥗 5. ทางเลือกที่เหมาะกับ "ทุกวัยและทุกเวลา"
ความดีงามของซุปไก่คือเป็นอาหารที่ "เป็นกลาง" ที่สุด

ทานได้ไม่มีเบื่อ: จะทานเป็นมื้อเช้าให้คล่องคอ มื้อเที่ยงที่เร่งรีบ หรือมื้อเย็นที่อยากทานอะไรเบาๆ สบายท้อง ซุปไก่ก็ตอบโจทย์หมดเลยค่ะ เป็นอาหารที่ช่วยฟื้นฟูร่างกายจากความอ่อนเพลีย และช่วยให้เราเริ่มต้นวันใหม่ได้อย่างสดใสในแบบที่เรียบง่ายที่สุด


💬 สรุปส่งท้าย
การทานซุปไก่ให้เป็น "อาหารเพื่อสุขภาพ" ไม่ใช่เรื่องยากเลยค่ะ แค่ลองใส่ใจวัตถุดิบ ปรุงรสด้วยธรรมชาติ และเน้นผักให้เยอะเข้าไว้ เพียงเท่านี้เมนูบ้านๆ อย่างซุปไก่ก็กลายเป็นเมนูระดับพรีเมียมที่ดูแลสุขภาพเราได้อย่างยั่งยืนแล้ว

8
ซุปฟักทอง Pumpkin Soup อาหารพร้อมทาน

อาหารพร้อมทาน ซุปฟักทอง หอมอร่อย เนื้อเต็มๆ
ซีกซองสามารถทานได้เลย ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ
ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อโดยใช้ความร้อนสูง และบรรจุในถุงอลูมิเนียม
เพื่อรักษาคุณภาพและความสดอร่อย โดยสามารถเก็บที่อุณหภูมิห้อง
ไม่จําเป็นต้องแช่เย็นเก้บได้นานถึง 18 เดือน

ขนาด 180 กรัม

ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร ( Information for food allergy )
ผลิตภัณฑ์นี้มีส่วนผสมของ ขึ้นฉ่ายฝรั่งและผลิตภัณฑ์จากนม อาจมีข้าวสาลี ซัลไฟล์และถั่วเหลือง
This product contains : celery and milk product and might contain wheat,sulphides and soybean

วิธีอุ่นร้อน
1. นำซองไปต้มในน้ำร้อน อุณหภูมิ 90-100C เวลา 3 นาที
Heat the pouch in boiling water ( 90 - 100c for 3 mins
2. ฉีดซอง เทใส่ภาชนะ อุ่นด้วยไมโครเวฟ ความร้อน 800 วัตต์ ( 2 นาที )
Pour the food in a microwaveable bowl and heat in 800 watts microwave about 2 mins

บรรจุภัณฑ์ไม่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ ( This packaging is not suitable for microwave use. )
อย 10-1-01554-5-0144
ฮาลาล
 
ช่องทางการสั่งซื้อ
 
เบอร์ : 02-398-5600 , 063-207-6926
Line : https://lin.ee/YWCEYud
page : https://www.facebook.com/BYSNFOOD
Shopee : https://shopee.co.th/sn.foods



9
Dseelin มีสารอาหารครบ 5 หมู่ และมีโปรตีนสูง สามารถใช้ได้กับบุคคลทั่วไปที่ไม่มีมีโรคประจำตัว สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวต้องนำสูตรไปปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยของสุขภาพของท่าน

ใครทาน D.seelin ได้บ้าง
 ผู้สูงอาย
 ผู้ป่วยที่ให้อาหารทางสายให้อาหาร
 ผู้มีปัญหาการเคี้ยว เช่น ทำศัลยกรรม
 เด็กที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไป

อาหารปั่นผสมพร้อมทาน D.seelin
1 ซองให้คุณค่าทางโภชนาการเทียบเท่าอาหาร 1 มื้อ
 โปรตีนสูงจากเนื้ออกไก่
 วัตถุดิบสดมีคุณภาพ
 สารอาหารครบถ้วน 5 หมู่

ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร : มีไข่ มีผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง
การเก็บรักษา : สามารถเก็บไว้โดยไม่ต้องแช่เย็นควรเก็บในสภาวะแห้งและเย็น


วิธีการรับประทาน มีทั้งหมด 3 วิธี

1.ฉีกซองทานได้ทันที
2.แช่ซองในน้ำอุ่น อุณหภูมิ 90-100 C เวลา 1-2 นาที
3.อุ่นด้วยไมโครเวฟ ความร้อน 800 วัตต์ ( 1 นาที ) / 1300 วัตต์ ( 0.45 ) นาที

*บรรจุภัณฑ์นี้ไม่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ ต้องเทใส่ภาชนะก่อนนำมาอุ่นในไมโครเวฟ*

ข้อแนะนำในการใช้
- เขย่าถุงอาหารให้เป็นเนื้อเดียวกันก่อนรับประทาน
- หลังเปิดซองควรรับประทานให้หมดในครั้งเดียว
- อาจมีการตกตะกอน เนื่องจากมีส่วนประกอบจากธรรมชาติ

อายุของอาหารเก็บได้ 1 ปี
ขนาดบรรจุ 300 กรัม
เลข ( อย ) : 10-1-01554-5-0127

1 ซอง ราคา 95บาท (ชดเชยอาหารครบถ้วนใน 1มื้อ)
6 ซอง ราคา 570 บาท
28 ซอง ราคา 2,660 บาท

 ช่องทางการสั่งซื้อ
 Inbox page : https://web.facebook.com/dseelin
 Line : @dseelin / https://lin.ee/gOiFMa4
 เบอร์ : 085-676-2222
 พิกัด : https://shopee.co.th/dseelin_official


10
คอร์สสูตร "ซอสผัด" ซอสกะเพรา สไตล์ครูแมกซ์

เคล็ดลับซอสผัดเงินแสน
เปลี่ยนร้านธรรมดาๆให้ลูกค้าติดใจ!
ซอสผัดคือหัวใจสำคัญของอาหารจานเด็ด… รสชาติที่ลูกค้าจดจำและกลับมาซ้ำ!
ครูแมกซ์เผยสูตรลับที่ใช้สร้างเงินแสนมากกว่า 10 ปี!
ซอสดี อาหารรสด็ด ลูกค้าติด ธุรกิจปัง!
สมัครวันนี้ รับทันทีสูตรลับที่จะเปลี่ยนร้านอาหารธรรมดาให้กลายเป็นร้านดังในพริบตาเพียงคุณลงมือทำ!

คุณจะได้เรียนรู้:
✅ สูตรผสมซอสผัดขั้นเทพ แบบทีละขั้นตอน ทำตามง่ายได้ง่ายๆ
✅ รายชื่อวัตถุดิบที่ครูแมกซ์คัดสรรมาแล้ว พร้อมยี่ห้อแนะนำอย่างชัดเจน
✅ เทคนิคการชั่ง ตวง วัด ผสม เคี่ยวซอสให้รสชาติคงที่ทุกครั้ง
✅ วิธีเก็บรักษาซอสให้อยู่ได้นาน 6 เดือน เพื่อประหยัดเวลาให้คุณไม่ต้องนั่งเคี่ยวทุกวัน

สนใจติดต่อสอบถามข้อมูล
ไลน์ ID  :  @krumax
Page FB : https://web.facebook.com/profile.php?id=61569480015186
เว็บไซด์ : https://krumax.net/krumaxcourse/
เบอร์โทร : 081-413-4479


11
ช่างซ่อมบำรุงอาคาร: เทคนิคงานกันซึมให้บ้านอยู่สบาย ไร้รอยรั่วกวนใจ

ใครที่กำลังสร้างบ้าน ต่อเติม หรือกำลังปวดหัวกับปัญหารั่วซึมในอนาคต ต้องห้ามพลาดกระทู้นี้เลยค่ะ! เพราะหลายคนมักคิดว่า "กันซึม" คือแค่การทาๆ น้ำยาสีๆ ลงไปบนพื้น แต่จริงๆ แล้วมันมี "เทคนิคงานก่อสร้าง" ที่ลึกซึ้งกว่านั้นเยอะมาก

วันนี้เราเลยอยากแชร์ความรู้เรื่องการติดตั้งระบบกันซึมที่ถูกต้อง เพื่อให้บ้านของเราแข็งแรงและไม่ต้องมาตามซ่อมให้เสียเงินภายหลังค่ะ


🔍 1. หัวใจสำคัญ: ผิวงานต้อง "สะอาดและแห้ง"

เทคนิคที่ช่างเก่งๆ ให้ความสำคัญที่สุดก่อนจะเริ่มทากันซึม คือ "การเตรียมพื้นผิว" ค่ะ:

ความสะอาด: ต้องขจัดคราบฝุ่น ปูนเศษเล็กเศษน้อย หรือคราบไขมันออกให้หมด ถ้าพื้นผิวสกปรก ไม่ว่าน้ำยากันซึมจะแพงแค่ไหน มันก็ยึดเกาะไม่ได้ค่ะ

ความชื้น: พื้นผิวต้องแห้งสนิทตามที่คู่มือระบุ เพราะถ้านำไปทาบนพื้นที่ยังแฉะอยู่ น้ำยากันซึมอาจพองตัวและลอกล่อนได้ในอนาคตค่ะ


🛠 2. จุดเสี่ยงที่ห้ามพลาด: "มุมและรอยต่อ"

มุมห้องหรือจุดที่ผนังชนกับพื้น คือจุดที่เกิดรอยร้าวได้ง่ายที่สุดเนื่องจากการยืดหดตัวของโครงสร้าง:

การเสริมความแข็งแรง (Reinforcement): ก่อนจะทากันซึมชั้นหลัก ช่างมืออาชีพมักจะใช้ "ตาข่ายไฟเบอร์" (Fiber Mesh) เสริมตามมุมห้องหรือแนวรอยต่อต่างๆ เพื่อช่วยกระจายแรงและป้องกันไม่ให้เกิดรอยแตกร้าวที่ตัวฟิล์มกันซึมค่ะ

การทำลบมุม: การใช้ปูนทรายทำเป็น "ลบมุม" (Coving) ตรงมุมห้อง จะช่วยให้น้ำยาไหลตัวได้ดี ไม่ไปสะสมเป็นแอ่งตามมุม ซึ่งช่วยลดโอกาสการรั่วซึมได้ดีเยี่ยมเลยค่ะ


🚪 3. การทาให้ "ถูกวิธี" และ "ครบชั้น"

กันซึมไม่ใช่ทารอบเดียวจบนะคะ!:

หลักการทาสลับแนว: การทาครั้งแรก (Primer/First coat) ควรทาในแนวตั้ง และการทาชั้นถัดไปควรทาในแนวนอน เทคนิคนี้จะช่วยให้ฟิล์มกันซึมปิดช่องว่างได้ทั่วถึงและมีความหนาที่สม่ำเสมอที่สุด

ตรวจสอบความหนา: กันซึมที่มีคุณภาพ ต้องมีความหนาตามที่ผู้ผลิตกำหนด การทาบางเกินไปหรือหนาเกินไปจนไม่แห้ง ก็เป็นสาเหตุให้งานล้มเหลวได้ ต้องค่อยๆ ใจเย็นและรอให้แต่ละชั้นแห้งสนิทตามเวลาที่ระบุข้างถังค่ะ


🥗 4. เคล็ดลับเพิ่มอายุการใช้งาน: ป้องกันฟิล์มกันซึม

ถึงแม้จะเป็นวัสดุกันซึมอย่างดี แต่ถ้าปล่อยให้โดนแดดโดนฝนตรงๆ ตลอดเวลา ประสิทธิภาพก็ลดลงได้ค่ะ:

ชั้นปกป้อง: สำหรับดาดฟ้าหรือระเบียง การปูกระเบื้องทับหรือทำ "ชั้นปกป้อง" (Protection layer) ด้านบน จะช่วยป้องกันรังสียูวีและแรงกระแทก ทำให้ระบบกันซึมที่อยู่ข้างล่างอยู่ได้นานขึ้นหลายปีเลยค่ะ

อย่าลืมตรวจเช็กซอกเล็กซอกน้อย: บริเวณท่อน้ำทิ้งหรือท่อระบายน้ำ เป็นจุดที่ต้องติดตั้ง "ปลอกกันซึม" (Waterstop) ให้แน่นหนาที่สุด การใช้ซีลแลนท์คุณภาพสูงอุดตามขอบท่อคือเทคนิคที่ช่วยชีวิตบ้านเราได้เยอะเลยค่ะ


💬 สรุปส่งท้าย

งานกันซึมเป็นงานที่ต้องใช้ความละเอียดและ "ใจเย็น" เป็นที่สุดค่ะ เพราะเป็นงานที่อยู่ใต้ดิน หรืออยู่ภายใต้กระเบื้องที่เรามองไม่เห็น การวางแผนและใช้วัสดุที่เหมาะสมตั้งแต่ตอนก่อสร้าง คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดเพื่อบ้านที่สวยงามและไม่มีรอยรั่วซึมกวนใจในระยะยาวค่ะ

12
เด็กควรจัดฟันเด็ก ตอนอายุเท่าไหร่

การจัดฟัน ถือได้ว่า เป็นการรักษาทางทันตกรรมที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะนอกจากจะเป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพแล้ว การจัดฟันยังเป็นเทรนด์ยอดฮิตในหมู่วัยรุ่นอีกด้วย อย่างไรก็ตาม การจัดฟันถือว่าสามารถแก้ไขปัญหาฟันได้แทบทุกกรณีไม่ว่าจะเป็น ปัญหาฟันซ้อน ฟันเก ฟันห่าง หรือแม้กระทั่งคนที่เคยผ่านการจัดฟันมาแล้ว แต่ไม่สวมใส่รีเทนเนอร์ ก็อาจจะต้องเข้ารับการจัดฟันอีกรอบ แต่ในกรณีของสุขภาพช่องปากและฟันของเด็กนั้น มีความสำคัญมาก

เพราะฉะนั้น ผู้ใหญ่หรือพ่อแม่ผู้ปกครอง ควรที่จะปลูกฝังหรือเอาใจใส่ในเรื่องของสุขภาพช่องปากและฟันของบุตรหลานของท่านให้มาก เพราะการขึ้นของฟันแม้นั้น ก็มีผลมาจากฟันน้ำนมด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้น การดูแลฟันตั้งแต่อายุยังน้อย ถือว่ามีความสำคัญมากเลยทีเดียว พ่อแม่ผู้ปกครองควรที่จะพาบุตรหลานของท่านเข้าพบทันตแพทย์เพื่อทำการตรวจช่องปากและฟันเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 2ครั้ง หรือถ้าหากบุตรหลานของท่านมีปัญหาในเรื่องของรูปร่างของฟัน หรือลักษณะการขึ้นของฟันแม้ที่มีความผิดปกติ ก็สามารถพาเด็กเข้าพบทันตแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษาด้วยการจัดฟัน

ซึ่งการจัดฟันในเด็กนั้น สามารถทำได้ตั้งแต่อายุยังน้อย เพราะมีนวัตกรรมรูปแบบใหม่ที่สามารถจัดฟันเด็กได้ แต่ผู้ปกครองหลายท่านอาจจะยังไม่ทราบว่า การจัดฟันในเด็กนั้น สามารถจัดได้ตั้งแต่อายุ 4 ขวบ เลยทีเดียว และวันนี้เราจะมาพูดถึงการจัดฟันในเด็ก ว่าควรเข้ารับการจัดฟันตอนอายุเท่าไหร่ เพื่อที่จะได้ตัดสินใจหรือเป็นแนวทางในการเข้ารับการจัดฟันในเด็ก สำหรับบุตรหลานของท่าน

ซึ่งปัญหาในเรื่องของสุขภาพช่องปากและฟันของเด็กนั้น ก็มีด้วยกันหลักหลายสาเหตุไม่ว่าจะเป็นการรับประทานของหวาน ซึ่งในวัยเด็กนั้นการรับประทานขนมหรือลูกอม ถือเป็นเรื่องที่ปกติและเด็กบางคนก็ชื่นชอบการรับประทานของหวานแต่ก็เป็นเรื่องที่ผู้ปกครองจะต้องดูแลด้วยเช่นกัน เพราะการที่เด็กรับประทานขนมหรือลูกอม ถือเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดฟันผุในวัยเด็ก นอกจากนี้ ปัญหาในเรื่องของการสบฟันที่ผิดปกติ ก็ส่งผลให้เด็กมีรูปร่างของฟันที่ไม่สวยงาม สาเหตุของการสบฟัน ที่ผิดปกติ อาจจะมีสาเหตุมาจากพันธุกรรมเพราะเด็กบางคน มีขนาดขากรรไกรเล็ก ไม่สมดุลกับจำนวนซี่ของฟัน ทำให้เกิดฟันซ้อนหรือบางคนมีขากรรไกรที่ยื่น ก็อาจจะทำให้ฟันสบคร่อม

โดยสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ก็สามารถแก้ไขได้ด้วยการเข้ารับการจัดฟัน นอกจากนี้ ในเรื่องของสภาพแวดล้อมหรือพฤติกรรมบางอย่างก็อาจส่งผลให้เด็กมีฟันซ้อน ฟันเกได้ เช่น พฤติกรรมการดูดนิ้ว ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ฟันหน้าอยู่ ในตำแหน่งที่ผิด ทำให้เกิดการสบฟันที่ผิดปกติขั้นรุนแรงได้เลยทีเดียว เพราะฉะนั้น การเข้ารับการจัดฟันในวัยเด็กนั้น ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สามารถทำได้แม้ว่าการจัดฟันอาจจะไม่ได้จำเป็นสำหรับเด็กทุกคน แต่การที่พ่อแม่ผู้ปกครองพาบุตรหลานของท่านไปตรวจกับทันตแพทย์เป็นประจำก็สามารถแก้ไขปัญหาได้และถ้าหากพบสัญญาณของความผิดปกติก็ควรที่จะรีบแก้ไข

สำหรับการจัดฟันในเด็กนั้นสามารถทำได้ตั้งแต่อายุ 7-15 ปี ซึ่งในช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงที่ฟันน้ำนมหลุดหมดแล้วและมีฟันแท้ขึ้นครบแล้ว เป็นวัยและช่วงอายุที่ควรจะเข้ารับการจัดฟัน ซึ่งในวัยนี้ถ้าหากตรวจพบสัญญาณผิดปกติก็สามารถเข้ารับการจัดฟันได้ซึ่งการจัดฟันในวัยนี้จะช่วยลดปัญหาฟันผุขั้นรุนแรงได้ นอกจากนี้ ทันตแพทย์ผู้ทำการรักษาก็อาจจะช่วยหาทางแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับฟันได้

ดังนั้น การจัดฟันในเด็กถือว่าช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กได้หลายอย่างทำให้เด็กมีฟันที่เรียงตัวกันอย่างสวยงาม มีรอยยิ้มที่สดใส และสามารถทำความสะอาดฟันได้ง่ายขึ้น ซึ่งเรื่องของความสะอาดในช่องปากและฟันนั้นถือเป็นเรื่องสุขอนามัยที่ทุกคนควรที่จะเอาใจใส่ให้มากเป็นพิเศษด้วย หากพ่อแม่ผู้ปกครองสนใจพาบุตรหลานของท่านเข้ารับการจัดฟันในเด็ก ก็สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ คลินิกเพราะทางเรามีทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการจัดฟันในเด็ก จึงมั่นใจได้ว่า บุตรหลานของท่านจะมีรอยยิ้มที่สดใสสมวัยอย่างแน่นอน

13
สตูว์เนื้อ SN Food: สตูว์เนื้อ ตุ๋นยังไงให้เนื้อเปื่อยนุ่มละลายในปาก น้ำซุปเข้มข้นโดนใจ

วันนี้อยากชวนทุกคนมาเข้าครัวทำเมนูที่ขึ้นชื่อว่า "ต้องใช้ความอดทนแต่คุ้มค่าที่สุด" นั่นก็คือ "สตูว์เนื้อ" ค่ะ! เมนูนี้บอกเลยว่าถ้าทำสำเร็จคือที่สุดของความอร่อย เพราะความนุ่มของเนื้อที่เคี่ยวจนละลายในปาก ผสานกับน้ำซุปที่เคี่ยวจนเข้มข้นกลมกล่อม มันคือความฟินที่ใครได้ลองก็ต้องติดใจ

หลายคนอาจจะเคยทำแล้วรู้สึกว่าเนื้อเหนียวเคี้ยวไม่ออก หรือน้ำซุปไม่นัวอย่างที่คิด วันนี้เราเลยขอมาแชร์ "เทคนิคตุ๋นเนื้อให้เปื่อยนุ่มแบบละลายในปาก" โดยไม่ต้องพึ่งหม้อแรงดัน ใครที่อยากทำสตูว์เนื้อให้ปังเหมือนเชฟมาทำเองที่บ้าน ตามมาดูกันเลยค๊า!=


🔍 1. เคล็ดลับคัดเลือกเนื้อ: ส่วนไหนตุ๋นแล้วฟินที่สุด?

การจะทำสตูว์เนื้อให้เปื่อยนุ่ม ต้องเริ่มตั้งแต่การเลือกส่วนของเนื้อเลยค่ะ:

•   เลือกเนื้อที่มีพังผืด: ให้เลือกใช้ เนื้อน่องลาย, เนื้อติดมัน, หรือเนื้อส่วนสะโพก ค่ะ เพราะเนื้อส่วนนี้มี "พังผืดและคอลลาเจน" เยอะ ซึ่งคอลลาเจนเหล่านี้แหละค่ะที่จะเปลี่ยนสภาพเป็นเจลาตินเมื่อได้รับความร้อนเป็นเวลานาน ทำให้เนื้อมีความนุ่มฉ่ำและไม่กระด้างเหมือนเนื้อส่วนสัน
•   หั่นชิ้นให้พอดี: แนะนำให้หั่นเนื้อชิ้นใหญ่กว่าที่คิดไว้สักนิด เพราะเมื่อผ่านการตุ๋นนานๆ เนื้อจะหดตัวลง การหั่นชิ้นใหญ่จะช่วยให้เนื้อยังคงความชุ่มฉ่ำไว้ได้ดีกว่าชิ้นเล็กๆ ค๊า


🛠 2. สเต็ปทองคำ: ทำอย่างไรให้เนื้อนุ่มและซุปเข้มข้น

การทำสตูว์เนื้อให้เปื่อยและเข้มข้น ต้องอาศัย "ความใจเย็น" เป็นสำคัญค่ะ:

•   จี่เนื้อให้ผิวเกรียมสวย (Sear): ก่อนจะนำไปตุ๋น ให้ตั้งกระทะแล้วจี่เนื้อให้ผิวข้างนอกเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม ขั้นตอนนี้คือหัวใจสำคัญของการสร้างกลิ่นหอมและรสชาติที่ลึกซึ้ง (Maillard Reaction) ทำให้สตูว์ของเรามีรสชาติเข้มข้นมากกว่าการเอาเนื้อลงไปต้มเปล่าๆ
•   ตุ๋นด้วยไฟอ่อนที่สุด: กุญแจสำคัญคือ "ห้ามใจร้อน" ค่ะ ให้ตุ๋นด้วยไฟอ่อนที่สุดจนน้ำซุปแค่ขยับตัว (Simmer) ความร้อนระดับนี้จะค่อยๆ แทรกซึมเข้าไปตัดเส้นใยของเนื้อให้เปื่อยจากข้างใน โดยไม่ทำให้เนื้อหดตัวจนเหนียว ยิ่งตุ๋นนาน เนื้อยิ่งนุ่มค๊า
•   ความข้นนัวจากธรรมชาติ: ผัดหัวหอมใหญ่กับเนยจนเป็นสีน้ำตาลทองก่อนนำไปตุ๋น และถ้าอยากให้ซุปข้นนวลโดยไม่ต้องใช้แป้ง ให้ใส่ "มันฝรั่ง" ลงไปตุ๋นด้วยจนเปื่อย แป้งจากมันฝรั่งจะค่อยๆ ละลายออกมาทำให้น้ำซุปข้นนัวแบบธรรมชาติสุดๆ


🥗 3. เทคนิคอัปเกรดความอร่อยให้เหนือระดับ

•   สมุนไพรคือตัวช่วย: การใส่ใบกระวาน (Bay Leaf) หรือก้านไทม์สดลงไปตอนตุ๋น กลิ่นหอมจางๆ จะช่วยดับกลิ่นสาบของเนื้อ และยกระดับให้สตูว์ของเราหอมแบบภัตตาคาร
•   พักเนื้อไว้ก่อนเสิร์ฟ: เมื่อตุ๋นจนเนื้อเปื่อยดั่งใจแล้ว อย่าเพิ่งเสิร์ฟทันที! ให้ปิดไฟแล้วพักหม้อไว้สัก 20 นาที รสชาติของซอสจะซึมเข้าเนื้อได้ดีที่สุดในช่วงเวลานี้เอง และน้ำซุปจะมีความนวลเนียนกว่าตอนเดือดๆ ใหม่ๆ มากเลยค๊า

💬 สรุปส่งท้าย
สตูว์เนื้อเปื่อยนุ่มละลายในปาก... ไม่ใช่เรื่องที่ต้องอาศัยฝีมือระดับเชฟใหญ่ แต่มันคือเรื่องของ "ความใส่ใจและเวลา" ค่ะ การได้เห็นหม้อสตูว์ที่ค่อยๆ เคี่ยวอยู่บนเตา เป็นความสุขที่เรียบง่ายแต่เติมเต็มหัวใจคนทานได้เป็นอย่างดีเลย


14
อาหารเพื่อสุขภาพ สเต๊กแซลมอนจากหม้อทอดไร้น้ำมัน ข้างนอกกรอบ ข้างในฉ่ำ เซฟสุขภาพดีขั้นสุด

ถ้าพูดถึงวัตถุดิบโปรดของคนรักสุขภาพ ขอยกตำแหน่งแชมป์เปี้ยนให้ "ปลาแซลมอน" เลยค๊า! เพราะเขาอุดมไปด้วยโอเมก้า 3 (Omega-3) ซึ่งเป็นไขมันดีชั้นยอดที่มีพฤติกรรมช่วยบำรุงสมองและหัวใจ แถมยังมีโปรตีนลีนๆ หนาแน่นสูงมาก แต่ปัญหาโลกแตกของการทำสเต๊กแซลมอนกินเองที่บ้านคือ ยามที่เราเอาลงไปจี่บนกระทะ น้ำมันปลาจะพ่นกระจายเลอะเทอะเต็มก้นครัว แถมบางทีกะจังหวะไฟพลาด เนื้อปลาก็ดำเกรียมหรือแห้งสากคอระคายใจจนย่อยสลายความอร่อยไปซะดื้อๆ

วันนี้เราเลยขอมาแชร์ไอเดียกู้ชีพ "สูตรสเต๊กแซลมอนจากหม้อทอดไร้น้ำมัน" เมนูง่ายๆ ที่จะช่วยล็อกความฉ่ำเด้งบริสุทธิ์ของเนื้อปลา บล็อกความเหนียวเหนอะหนะของน้ำมันกระเด็น และเซฟสุขภาพร่างกายของเราให้เป๊ะปัง ไร้ตาราง สแกนอ่านลื่นไหล ดีดนิ้วทำตามได้ทันที ไปลุยกันเลยค๊า!

🔍 1. คัดสรรวัตถุดิบ: เปิดพิมพ์เขียวผิวสัมผัสปลาแซลมอนสเปกพรีเมียม

พฤติกรรมการเตรียมวัตถุดิบอย่างประณีตลึกซึ้งคือสะพานเชื่อมสู่ความอร่อยระดับภัตตาคารค่ะ ไปเตรียมของตามนี้เลยนะคะ

•   ชิ้นปลาแซลมอนสด (ประมาณ 150-200 กรัม): แนะนำให้เลือกชิ้นที่มีความหนาสม่ำเสมอกัน และควรเลือกแบบ "ติดหนัง" มาด้วยนะคะค๊า เพราะหนังปลานี่แหละคือไอเทมเด็ดที่จะช่วยกักเก็บความฉ่ำของเนื้อปลาไม่ให้แห้งหายไปในหม้อทอดค่ะ

•   เครื่องปรุงรสสามัญประจำบ้าน: เกลือป่นสีชมพู (หรือเกลือไอโอดีน), พริกไทยดำบดหยาบ และน้ำมันมะกอกเพียงเล็กน้อย (เหยาะแค่พอเคลือบผิวสัมผัสปลาบางๆ ค่ะ)

•   เครื่องเคียงและน้ำมะนาวสด: เลมอนหรือมะมะนาวคั้นสด 1 ซีก, หน่อไม้ฝรั่ง, มะเขือเทศราชินี และแครอทหั่นเต๋าสำหรับนำเข้าตู้หม้อทอดไปพร้อมๆ กันเพื่อดึงวิตามินสารอาหารค๊า

🛠️ 2. สเต็ปทองคำ: 3 ขั้นตอนรันหม้อทอดไร้น้ำมัน ล็อกเนื้อปลาให้ฉ่ำเด้ง

เพื่อปิดประตูเรื่องเนื้อปลาแห้งกระด้างพังทลาย ลำดับพฤติกรรมการตั้งอุณหภูมิและการวางชิ้นเนื้อเป็นสิ่งวิกฤตสูงสุด ให้ทำตาม 3 ขั้นตอนนี้เลยค่ะ:

1. ซับผิวสัมผัสปลาให้แห้งสนิท และวอร์มเครื่องล่วงหน้า:ขั้นตอนที่ 1
ทริกเด็ดวิกฤตที่ห้ามมองข้ามคือ นำชิ้นปลาแซลมอนออกจากตู้เย็นมาพักให้อุณหภูมิคลายตัวลงเล็กน้อย จากนั้นใช้กระดาษทิชชู่สำหรับทำอาหารซับผิวปลาให้แห้งสนิท 100% ค๊า (เพราะถ้าปลามีความชื้นสะสมหนาแน่น เวลาทอดหนังจะไม่กรอบค่ะ) เสร็จแล้วทาเกลือ พริกไทยดำ และเคลือบน้ำมันมะกอกบางๆ รอบตัวปลา ระหว่างนั้นให้กดสวิตช์ "วอร์มหม้อทอดไร้น้ำมันที่อุณหภูมิ 180°C เป็นเวลา 5 นาทีล่วงหน้า" เพื่อเคลียร์ระบบความร้อนแฝงในตู้ให้พร้อมรันสปีดค่ะ

2. จัดวางชิ้นปลาเอา 'ด้านหนังลง' บล็อกเนื้อให้สุกละมุน:ขั้นตอนที่ 2
เมื่อหม้อทอดร้อนได้ที่ ให้รองกระดาษไขสำหรับหม้อทอด (หรือไม่รองก็ได้ค๊า) วางหน่อไม้ฝรั่งและมะเขือเทศลงไปที่ฐาน จากนั้นนำชิ้นปลาแซลมอนจัดวางลงไปโดย "เอาฝั่งที่เป็นหนังปลาคว่ำหน้าลงด้านล่างเสมอ" พฤติกรรมนี้จะทำให้ความร้อนจากขดลวดด้านบนค่อยๆ ทยอยรีดไขมันปลาจากหนังให้ไหลซึมขึ้นมาเคลือบเนื้อด้านบนอย่างนุ่มนวล รันระบบทอดด้วย อุณหภูมิ 180°C เป็นเวลาประมาณ 8-10 นาที (ห้ามเกินนี้เด็ดขาดนะคะ ไม่งั้นเนื้อปลาจะแห้งร่วน สบายท้องสบายใจหายห่วงค๊า)

3. เพิ่มสปีดความกรอบให้หนังปลา ตกแต่งจานพร้อมฟิน:ขั้นตอนที่ 3
หากเพื่อนๆ เป็นสายชอบกินหนังปลากรอบๆ สู้ฟัน พอครบ 10 นาทีแล้ว ให้ปรับพฤติกรรมเครื่องโดยการเพิ่มอุณหภูมิไปที่ 200°C แล้วรันต่ออีกเพียง 2 นาทีสั้นๆ ค่ะ ความร้อนเดือดพล่านจะช่วยกระตุ้นระเบิดผิวหนังปลาให้ฟูกรอบสะใจมากๆ ยกออกจากหม้อทอด ตักใส่จาน บีบน้ำเลมอนคั้นสดลงไปบนผิวสัมผัสเนื้อปลาเบาๆ กลิ่นอโรมาจะฟุ้งกระจายชวนน้ำลายสอทันทีค๊า!


15
วิศวกรรมอาคาร: วิธีกำจัดกลิ่นน้ำมันในห้องครัว ให้กลับมาน่าใช้งานเหมือนเดิม!!

ในเรื่องของการทำความสะอาด ถือว่าเป็นเรื่องที่แม่บ้านหลายคนให้ความใส่ใจ เพราะบรรยากาศในบ้านเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทำให้น่าอยู่เสมอ เพื่อที่จะทำให้คนในบ้านเกิดความผ่อนคลาย หรือคลายความเหนื่อยล้าจากการทำงาน แถมยังเป็นการเสริมสร้างสุขภาพจิตที่ดีให้กับคนบ้านได้อีกด้วย แต่ในบ้านของเรานั้น ก็มีบริเวณที่เป็นสัดส่วน จึงจำเป็นต้องทำความสะอาดทุกส่วน โดยเฉพาะในส่วนของห้องครัวที่เป็นต้นตอของกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ บางบ้านอาจจะไม่มีฉากกั้นระหว่างห้องนั่งเล่นกับห้องครัว อาจจะทำให้เกิดกลิ่นอับภายในบ้านได้ โดยส่วนใหญ่ปํญหากลิ่นของห้องครัวจะมาจากกลิ่นอาหาร หรือกลิ่นน้ำมันที่เราใช้ประกอบอาาหาร

ซึ่งเป็นปัญหาหนักใจของแม่บ้านหลายคนที่กำจัดเท่าไหร่กลิ่นก็ไม่หายไปสักที จนบางคร้งอาจจะทำให้เกิดคราบสะสมจนกลิ่นอาจจะไปติดบนเฟอร์นิเจอร์ตัวโปรดของเรา ซึ่งทำให้การทำความสะอาดยุ่งยากเข้าไปอีก ดังนั้น วันนี้เราจะมาพูดถึงเคล็ดลับการกำจัดกลิ่นน้ำมันภายในห้องครัว ให้กลับมาหอมสดชื่นน่าใช้งานเหมือนเดิม เพราะเชื่อว่า บางคนก็จนใจกับปัญหาจนไม่รู้ว่าจะกำจัดกลิ่นออกไปได้อย่างไร ซึ่งเคล็ดลับของเราวันนี้จะช่วยเบาแรงให้กับแม่บ้านได้อย่างแน่นอน

โดยส่วนใหญ่แล้ว บริเวณภายในบ้านของเราที่อาจเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่มากที่สุดในบ้านก็คือห้องครัว เพราะเป็นส่วนที่ต้องเจอทั้งกลิ่นจากอาหาร ความชื้น และคราบต่าง ๆ เต็มไปหมด โดยหลาย ๆ ครั้งการทำความสะอาดคราบและกำจัดกลิ่นก็อาจเป็นคนละส่วนกันซึ่งเราจะต้องรู้ต้นตอของกลิ่นก่อนเพื่อที่จะได้กำจัดกลิ่นได้อย่างถูกวิธี โดยหลังปรุงอาหารและทำความสะอาดคราบต่าง ๆ เสร็จหมดแล้ว สิ่งที่ยังคงหลงเหลืออยู่อาจเป็นกลิ่นของอาหารที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ และถ้าหากต้องการกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ให้หมดไป โดยฌแพาะกลิ่นของน้ำมันที่เราประกอบอาหาร เป็นกลิ่นที่ชวนปวดหัวและกำจัดได้ยาก

สำหรับวิธีการกำจัดกลิ่นน้ำมันที่ตกค้างอบอวลภายในห้อง หลังจากปรุงอาหาร สามารถแก้ได้โดยการ ทำให้ครัวมีอากาศถ่ายเท หากเราอาศัยในบ้านหรือคอนโดมิเนียม ที่มีส่วนครัวแยกเป็นสัดส่วน สามารถติดตั้งฉากกั้นระหว่างส่วนครัวออกจากส่วนอื่นของห้องเพื่อไม่ให้กลิ่นลอยไปติดห้องอื่นได้ เปิดหน้าต่างหรือประตูระเบียง และเปิดเครื่องดูดควันไว้ล่วงหน้าก่อนปรุงอาหารเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้ดีขึ้น แน่นอนกลิ่นน้ำมันหรือกลิ่นอาหารจะไม่ฟุ้งไปในห้องอย่างแน่นอน เคล็ดลับต่อมาคือ เมื่อเราประกอบอาหารเสร็จแล้วควรทำความสะอาดครัวทันที ควรล้างอุปกรณ์เครื่องครัว เช็ดคราบน้ำมันหรือสกปรกบนเตาและอ่างล้างจานให้สะอาดไร้สิ่งตกค้าง ก็จะสามารถลดกลิ่นน้ำมันที่กระเด็นอยู่ภายในห้องครัวของเราได้ และอีกหนึ่งวิธีที่ง่ายมากคือ เพียงแค่ต้มน้ำร้อนให้เดือดจัดแล้วผสมน้ำส้มสายชูเล็กน้อย เพิ่มกลิ่นหอมด้วยมะนาวฝานแว่น หรือเปลือกส้มลงไปต้มด้วยกัน

แล้วนำมาวางข้างเตาขณะปรุงอาหาร ไอน้ำที่ระเหยจะช่วยลดความแรงของกลิ่นน้ำมันได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะทอดปลา หรืออีกวิธีที่ง่ายคือ การใช้สเปรย์จากธรรมชาติดับกลิ่นในครัว โดยการเทน้ำมะนาวและน้ำเปล่าลงในขวดฟอกกี้ในปริมาณที่เท่าๆ กัน จากนั้นฉีดให้ละอองของน้ำกระจายทั่วบ้าน นอกจากจะช่วยดับกลิ่นแล้วยังทิ้งความสดชื่นแบบธรรมชาติไว้ในตัวบ้านอีกด้วย แต่ละวิธีที่เรานำมาบอกสามารถทำตามได้ไม่ยากเลย แถมอุปกรณ์บางอย่างก็อยู่ในบ้านของเราด้วย เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องทนกับกลิ่นน้ำมันหรือกลิ่นเหม็นที่คละคลุ้งในครัวอีกต่อไป อย่างไรก็ตาม การดูแลทำความสะอาดครัวและกำจัดกลิ่นน้ำหมันหรือกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ที่อาจจะตกค้างควรทำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสุขอนามัยที่ดี และแก้ปัญหาการเกิดกลิ่นในครัวได้เป็นอย่างดี

ทางเราอยากให้ทุกครอบครัวได้สร้างบรรยากาศภายในครอบครัวให้มีสิ่งแวดล้อมที่ดีอยู่เสมอ ด้วยการทำความสะอาดบ้านช่องให้น่าอยู่มากยิ่งขึ้น เพราะปัจจัยหลายๆอย่างในบ้านของเรา สามารถสร้างบรรยากาศที่ดีในบ้านได้ ไม่ว่าจะเป็นการที่เราได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีๆ ได้สูดอากาศที่บริสุทธิ์ เพราะเราอยากให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดี เพราะสุขภาพที่ดีสามารถทำให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งนี้ ทางเรามีบริการทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศภายในบ้าน ภายในอาคารต่างๆ รวมไปถึงยังมีบริการทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็น บริษัท ห้างสรรพสินค้า เพราะเราห่วงใยและใส่ใจในเรื่องสุขอนามัยของลูกค้ามาเป็นอันดับแรก

หน้า: [1] 2 3 ... 13